สำรวจความคิดเห็น

ความพึงพอใจของท่าน ต่อผลการดำเนินงานและการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างใหญ่ อยู่ในระดับใด ?

มาก - 77.8%
ปานกลาง - 22.2%
น้อย - 0%

Total votes: 9

Government application center

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลุ่มทอผ้าไหมบ้านไพบูลย์

Share

กลุ่มทอผ้าไหมบ้านไพบูลย์

ประวัติความเป็นมา

     ประมาณ ปี 2489 พ่อใหญ่สุข นาครินทร์ได้นำญาติพี่น้อง จำนวน 4 ครอบครัวอพยพมาจาก บ้านไพรบึง จังหวัดศรีษะเกษเพื่อแสวงหาแหล่งทำมาหากินที่อุดมสมบูรณ์ จำมาพบบริเวณบ้านไพบูลย์ซึ่งมีชัยภูมิที่ดี มีความอุดมสมบูรณ์ 

 จึงพาญาติพี่น้องตั้งรกรากที่บริเวณนี้ถึงแม้นพื้นที่จะมีความอุดมสมบูรณ์แต่ก็ห่างไกลจากชุมชนอื่นและการไปมาหาสู่กันก็ลำบากประกอบกับคนบ้านไพบูลย์ทั้งหมู่บ้านเป็นชนเผ่าเขมร ที่มีนิสัยชอบพึ่งพาตนเองเป็นหลักจึงได้เลี้ยงไหมเพื่อใช้ในการทอผ้าไว้ใช้ในครัวเรือนของตนเองเพื่อจะได้ไม่ต้องไปหาชื้อหาที่อื่นให้ลำบากจนมาถึงปี 2539ทางราชการโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอน้ำยืนได้เข้ามาสนับสนุนให้สตรีในหมู่บ้านได้มีแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้านขึ้นเพื่อให้คณะกรรมการพัฒนาสตรีได้จัดหากิจกรรมให้กับสมาชิกกลุ่มสตรีในหมู่บ้านได้มีกิจกรรมทำร่วมกันเพื่อสร้างความสามัคคีและมีการช่วยเหลือกันภายในกลุ่มฯ ปี 2541คณะกรรมการพัฒนาสตรีบ้านไพบูลย์จึงได้จัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหมบ้านไพบูลย์ขึ้นเพื่อรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไว้และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปได้รู้จักบ้านไพบูลย์พร้อมทั้งสร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกกลุ่มสตรีบ้านไพบูลย์อีกทางหนึ่งด้วย
     เดิมกลุ่มทอผ้าไหมบ้านไพบูลย์จะทอผ้าไหมเป็นสีดั้งเดิมของเนื้อไหมโดยจะทอเป็นผืนผ้าไว้ยาวๆเมื่อจะใช้ประโยชน์อะไรก็นำไปตัดเย็บหากต้องการผ้าสีก็จะนำไปย้อมมะเกลือให้เป็นสีดำเท่านั้นผ้าที่ทอใช้ก็จะมีผ้าสำหรับตัดเสื้อ,ผ้าถุงสำหรับผู้หญิง,ผ้าไสร่งสำหรับผู้ชาย,ผ้าขาวม้าสำหรับใช้สารพัดประโยชน์และที่ขาดไม่ได้สำหรับคนในหมู่บ้านคือผ้าเบี่ยงเป็นผ้าสำหรับพาดไหล่ไปทำบุญหรือไปงานต่างๆ ปัจจุบันกลุ่มทอผ้าไหมบ้านไพบูลย์ก็ยังคงผลิตผลิตภัณฑ์เหมือนเดิมเพียงแต่เปลี่ยนมาย้อมสีให้มีความสวยงามตามสมัยมีทั้งย้อมสีธรรมชาติและย้อมสีเคมีแต่ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ด้านสีสรรของชนเผ่าเขมรไว้และการผลิตจะเน้นเพื่อใช้ในครัวเรือนเหลือจึงขาย คนบ้านไพบูลย์จะเรียกกลุ่มทอผ้าไหมบ้านไพบูลย์ว่า“ กลุ้มตระบานโสรดสหลกไพบูลย์ ”

วัสดุที่ใช้

     การทอผ้าไหมของกลุ่มทอผ้าบ้านไพบูลย์ก็คล้ายการทอผ้าของกลุ่มทอผ้ากลุ่มอื่นๆในภาคอีสานหากจะมีความแตกต่างก็คงจะอยู่ที่กลุ่มทอผ้าบ้านไพบูลย์จะปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเองเกือบทุกครัวเรือน และยังคงสืบทอดภูมิปัญญา และคงความเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าเขมรไว้ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง โดยมีวัตถุดิบ ส่วนประกอบ และวัตถุดิบและส่วนประกอบ 1. เส้นไหม 2. สีย้อม 3. น้ำบ่อ 4. น้ำยาปรับเส้นไหม

วิธีทำ

     ขั้นตอนการผลิตผ้าไหมของกลุ่มทอผ้าไหมบ้านไพบูลย์ มี 2ขั้นตอนใหญ่ๆ ดังนี้ 
ขั้นที่1ขั้นผลิตเส้นไหมพื้นเมืองแท้ 
     1.1 ปลูกหม่อน
     1.2 เก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหม
     1.3 เลี้ยงไหม
     1.4 คัดตัวไหมสุก
     1.5 เก็บรังไหม
     1.6 สาวไหม
     1.7 นำเส้นไหมที่ด่องแล้วมาทำเป็นใจ
     1.8 ด่องไหม
     – เตรียมพื้นที่ที่มีความชุ่มน้ำพอสมควรแล้วยกร่องขึ้นเล็กน้อยปักต้นพันธ์หม่อนที่เตรียมไว้ลงไปคอยดูแลรดน้ำอย่างเสมอ
     – เก็บใบหม่อนอ่อนที่ต้นหม่อนอายุตั้งแต่ 3เดือนขึ้นไป
     – นำใบหม่อนมาเลี้ยงไหมอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง(ตัวไหมได้มาจากการเพาะรังไหมพันธ์พื้นเมืองที่เตรียมไว้)
     – เมื่อไหมมีอายุ 
1เดือนตัวไหมจะสุกให้คัดแยกออกมาใส่จอ(กระโด่งโพร่ง)เพื่อให้ตัวไหมสร้างใช้เวลาในการสร้างรังประมาณ3 –4 วัน
     – คัดเลือกรังไหมเพื่อใช้ส่วนหนึ่งที่มีคุณภาพดีไว้ทำพันธ์และส่วนหนึ่งนำไปสาวเป็นเส้นไหม
     – การสาวไหมใช้เครื่องมือแบบดั่งเดิมใช้ความสามารถและความชำนาญของผู้สาวจะได้เส้นไหมที่สวยงามสม่ำเสมอ
     – นำเส้นไหมมาทำใจเพื่อให้สะดวกในการเก็บรักษาและการใช้งาน
     – การด่องไหมคือนำเส้นไหมดิบที่มีสีเหลืองมาแช่น้ำด่างแล้วนำมากรอเพื่อตรวจสอบความสม่ำเสมอของเส้นไหมเตรียมไว้สำหรับการทอหรือขายจะทำให้ได้ราคาดีขึ้น
ขั้นที่2ขั้นตอนการทอผ้าไหมชนิดต่างๆ
     2.1 ขั้นการเตรียมทางยืน(ความยาวของผ้า)
     2.1.1 ย้อมสีไหม
     2.1.3 ค้นหูก
     2.1.4 สืบหูก
     2.2ขั้นการเตรียมทางทอ(ความกว้างของผ้า)
     2.2.1 ค้นหมี่
     2.2.2 มัดหมี่
     2.2.3 ย้อมสีหมี่
     2.2.4 แก้หมี่
     2.2.5 พันหมี่
     2.2.6 ทอ
     ในหนึ่งเดือนกลุ่มทอผ้าไหมบ้านไพบูลย์จะผลิตสินค้าได้ 420 หลาในหนึ่งปีจะดำเนินการผลิตอยู่ประมาณ 4
     – 5 เดือน เพราะกลุ่มผลิตเส้นไหมเอง ไม่ซื้อเส้นไหมจากนอกชุมชน ปีใดผลิตเส้นไหมได้มากก็จะมีสินค้ามาก
     - นำเส้นไหมที่ผ่านการด่องแล้วไปย้อมสีตามต้องการ เมื่อย้อมสีเสร็จให้กระตุกเพื่อให้ไหมหมาดก่อนนำไปพึ่งลมให้แห้ง
     - นำไหมที่ผ่านการย้อมสีแล้วมากวักใส่อักเพื่อเตรียมค้นหูก
     - ค้นเครือหูกเป็นทางยืนของการทอผ้าให้ได้ความยาวตามต้องการ
     - เตรียมการสืบหูกและสืบหูก(ต่อไหมเข้ากับฟืมที่จะทอ)
     - นำไหมที่ด่องแล้วมาค้นหมี่ตามจำนวนลำที่ต้องการ
     - มัดหมี่ตามลายที่ต้องการ
     - นำหมี่ที่มัดแล้วไปย้อมสีแล้วนำไปพึ่งลมให้
     - นำหมี่ที่แห้งแล้วมาแก้ด้วยออกเพื่อนำไปพันไม้หลอดเตรียมทอ
     - ไม้หลอดที่พันหมี่แล้วใส่กระสวยจรวจเตรียมทอ(กระสวยบ้านไพบูลย์เรียกกระสวยจรวจทำจากไม้เจาะรูตรงกลางแล้วนำเหล็กหรือแสตนเลสมากลึ่งทำเป็นหัวกระสวยจะไม่มีการกรอหมี่แต่จะพันหมี่ใส่ไม้กลมยาวแทน) 
     - ดำเนินการทอผ้าไหม(เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการผลิต) 

ประโยชน์ของภูมิปัญญา

     วัตถุดิบและแรงงานทั้งหมดมาจากชุมชนพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันและแบ่งงานกันทำเริ่มจากในครอบครัวโดยในส่วนพ่อบ้านจะทำหน้าที่ปลูกหม่อนและดูแลหม่อนแม่บ้านเลี้ยงไหมและทอผ้า ลูกๆเก็บหม่อนแล้วนำผลิภัณฑ์มาขายร่วมกันโดยคิดราคากลางให้สมาชิก หากมีกำไรจากการจำหน่ายก็จะมาแบ่งปันกันและไว้เพื่อส่วนกลางเพื่อใช้ในการพัฒนาร่วมกัน