สำรวจความคิดเห็น

ความพึงพอใจของท่าน ต่อผลการดำเนินงานและการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างใหญ่ อยู่ในระดับใด ?

มาก - 77.8%
ปานกลาง - 22.2%
น้อย - 0%

Total votes: 9

Government application center

ขึ้นบน

แจ้งเตือนโรคพืชที่ระบาดในช่วงฤดูฝน

แจ้งเตือนโรคพืชที่ระบาดในช่วงฤดูฝน
ขนาดไฟล์:
1.04 MB
วันที่:
11 กรกฎาคม 2560
ดาวน์โหลด:
0 x

ประกาศจังหวัดอุบลราชธานี

เรื่อง แจ้งเตือนโรคพืชที่ระบาดในช่วงฤดูฝน

ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ความชื้นในอากาศสูง สภาพอากาศเย็น ทำให้เกิดการระบาดของเชื้อราทำความเสียหายให้แก่พืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็น ข้าว พืชผัก และพืชไร่ ดังนั้น เกษตรกรจึงควรเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังโรคพืชที่จะระบาดในช่วงฤดูฝน อันเกิดจากภาวะอากาศดังกล่าว ดังนี้

1. ข้าว โรคที่สำคัญ ได้แก่

1.1 โรคไหม้ข้าว ( Rice blast disease) เกิดจากเชื้อรา Pyricularia grisea Sacc. สามารถเกิดได้ในทุกระยะการเจริญเติบโต ตั้งแต่ระยะกล้า ระยะแตกกอ ระยะออกรวง (โรคไหม้คอรวง) มักพบในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น ทำให้อัดลม ลักษณะของโรค ใบมีแผล จุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา สีเทาตรงกลางแผล แผลสามารถลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ หากรุ่นแรงกล้าข้าวจะฟุบตายได้ อาการคล้ายถูกไฟไหม้ การป้องกัน ควรสำรวจแปลงสม่ำเสมอ หวานเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คือ 15-20 กิโลกรัม/ไร่ และไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป ถ้าสูงถึง 50 กิโลกรัม/ไร่ โรคไหม้จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว ควรแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราเช่น คาซูกาไมชิน ไตรไซคลาโซล คาร์เบนคาซิม โพรคลอราช ตามอัตราที่ระบุ ในแหล่งที่เคยมีโรคระบาดและพบแผลโรคไหม้ทั่วไป 5 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ใบ ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา

1.2 โรคใบจุดสีน้ำตาล เกิดจากเชื้อรา Bipolaris oryzae (Helminthosporium oryzae Breda de Haan.) การแพร่ระบาดเกิดจากสปอร์ของเชื้อราปลิวไปตามลมและติดไปกับเมล็ด ลักษณะของโรค มีแผลที่ใบข้าว พบมากในระยะแตกกอ มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล รูปกลมหรือรูปไข่ ขอบนอกสุดของแผลมีสีเหลือง การป้องกันควรใช้พันธุ์ต้านทานที่เหมาะกับสภาพท้องที่ ปรับปรุงดินโดยการไถกลบฟางหรือเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ดิน โดยการปลูกพืชปุ๋ยสดหรือพืชหมุนเวียนเพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารป้องกันและกำจัดเชื้อรา/ไตรโครเดอร์มา

2. พืชผักโรคที่สำคัญได้แก่

2.1 โรคเน่าคอดิน หรือโรคกล้าเน่าตาย โรคโคนเน่า มักเกิดกับแปลงเพาะกล้าของผักตระกูลผักกาดและผักกะหล่ำต่างๆพริก มะเขือ มะเขือเทศ หรือเรียกได้ว่าผักทุกชนิดเป็นโรคนี้ ลักษณะของโรค ผักจะเริ่มเน่าที่โคนต้นเหนือระดับดินขึ้นมาเป็นแผลสีน้ำตาล ทำให้ต้นกล้าหัก พับและเหี่ยวแห้งตายในที่สุด และมักเกิดกับแปลงปลูกกล้าที่แน่นทึบเกินไปและมีความชื้นสูง

2.2 โรคแอนแทรคโนส เกิดจากเชื้อรา Colletotchum lagenarium ลักษณะของโรคมักเกิดกับใบ อาการจะเริ่มจากจุดซ้ำฉ่ำน้ำหรือจุดสีเหลืองเล็กๆขึ้นก่อน แล้วขยายโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อมาแผลจะแห้งเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือดำ

การป้องกันโรคที่ดีโดยไม่ต้องใช้สารเคมีก็คือ ต้องเอาใจใส่เรื่องวิธีเพาะ การดูแลดิน การปฎิบัติบำรุงรักษา การระบายน้ำในแปลงปลูกอย่าให้ขังแฉะ การใส่ปุ๋ยคอกให้มาก ให้ผักแข็งแรงมีความต้านทานโรค การรักษาความสะอาดแปลงผักโดยเก็บใบและถอนต้นทิ้งอย่าให้เป็นที่เพาะโรคได้ การจัดระยะปลูกให้เหมาะสมไม่เบียดแน่นเกินไป มีการปลูกพืชสลับหมุนเวียนในแปลงปลูก โดยเลือกพืชที่ไม่ได้อยู่ในตระกูลเดียวกันหรือพืชที่เป็นโรคติดต่อเดียวกัน

 3 พืชไร่ ได้แก่

 3.1 มันสำปะหลัง โรคพืชที่สำคัญ คือ ปัญหาหัวเน่าโคนเน่า เกิดจากเชื้อรา ลักษณะของโรค มักเกิดตอนต้นเล็ก รากจะมีรอยช้ำสีน้ำตาลและเน่า ต้นเหี่ยว ระยะมีหัว หัวจะเน่าอย่างรวดเร็ว ใบร่วงรุนแรงต้นจะตาย การป้องกัน การเตรียมดินควรยกร่องให้สูง ดินดานที่ไถระเบิดดินดาน ทำความสะอาดแปลงก่อนปลูก คัดเลือกสายพันธุ์ที่สมบูรณ์ปลอดโรค ใช้เชื้อราไตรโครมาหวานรองร่องก่อนปลูก สำรวจแปลงเฝ้าระวังไม่ให้มีน้ำท่วมขัง กำหนดมาตรการการเฝ้าระวัง

3.2 ยางพารา โรคพืชที่สำคัญ ได้แก่

1.) โรคใบร่วงและฝักเน่า (Phytophihora Leaf Fill and Pod Rot) เกิดจากเชื้อราโรคนี้มักระบาดมากในสภาพอากาศเย็น ฝนตกชุก ความชื้นสูง และพื้นที่ที่ภายใต้อิทธิพลลมมรสุม ลักษณะของโรค ใบยางร่วงพร้อมก้านทั้งที่ยังมีสีเขียวสด มีรอยช้ำดำ ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอนอยู่บริเวณก้านใบ กลางรอยช้ำมีหยดน้ำยางเกาะติดอยู่ เมื่อนำใบยางที่เป็นโรคมาสะบัดเบาๆใบย่อยจะหลุดจากก้านใบทันที ส่วนใบที่ถูกเชื้อเข้าทำลายที่ยังไม่ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมส้ม แล้วแห้งคาต้นก่อนจะร่วง ฝักยางที่ถูกทำลายเปลือก เป็นรอยช้ำฉ่ำน้ำ ต่อมาจะเน่าดำค้างอยู่บนต้น ไม่แตกและไม่ร่วงหล่นตามธรรมชาติ กรณีที่เกิดกับต้นยางอ่อน เชื้อราจะเข้าทำลายบริเวณยอดอ่อนก่อน ทำให้ยอดอ่อนเน่าและลุกลามเข้าทำลายก้านใบและแผ่นใบ ทำให้ต้นยางยืนต้นตาย

2.) โรคเส้นดำ(Black Stripe) โรคนี้มักระบาดมากในสภาพอากาศเย็น ฝนตกชุก ความชื้นสูง หรือพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุม ลักษณะของโรค บริเวณเหนือรอยกรีด ในระยะแรกเปลือกจะเป็นรอยช้ำ ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นรอยบุ๋มสีดำหรือสีน้ำตาลขยายขึ้นลง เป็นเส้นตามแนวยืนของลำต้น เมื่อเฉือนเปลือกออกดูก็จะพบรอยบุ๋มสีดำนั้น เป็นลายเส้นดำบนเนื้อไม้ อาการขั้นรุนแรงทำให้เปลือกของหน้ากรีดบริเวณที่เป็นโรคปริเน่า มีน้ำยางไหลตลอดเวลาจนเปลือกเน่าหลุดไปในที่สุด เปลือกงอกใหม่เสียหายกรีดซ้ำไม่ได้ อายุการให้ผลผลิตลดลงเหลือ 8-16 ปี ถ้าการเข้าทำลายของเชื้อไม่รุนแรง เปลือกจะเป็นปุ่มปม

3.) โรคใบจุดก้างปลา ลักษณะของโรค แผลบนใบมี 2 ลักษณะ เป็นจุดกลมทึบสีน้ำตาลดำขอบแผลสีเหลืองและแผลลายก้างปลา ต่อมาใบจะร่วง สำหรับแผลบนกิ่งก้านเป็นรูปยาวรี ตามความยาวของกิ่งก้าน กลางแผลจะซ้ำ ต่อมากิ่งก้านจะแห้งตาย

การป้องกัน ควรปลูกยางต้านทานโรค ตัดแต่งกิ่งก้านและกำจัดวัชพืชในสวนยางให้โล่งเตียน เพื่อลดความชื้นและความรุนแรงของโรค ไม่ควรปลูกงา ถั่วเหลือง และมะละกอ ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เนื่องจากเป็นพืชอาศัยของโรค ใช้สารป้องกันกำจัดโรค

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังโรคที่ระบาดในช่วงฤดูฝนและสภาวะฝนทิ้งช่วง จังหวัดอุบลราชธานี จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบและเฝ้าระวังการระบาดของโรคพืชในช่วงฤดูฝน พร้อมทั้งวางแผนเตรียมความพร้อมในการเพาะปลูกในห้วงที่คาดว่าจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงดังกล่าวด้วย

Rating: 0 / 0 โหวต  
เฉพาะสมาชิกที่เข้าระบบแล้วเท่านั้นที่จะให้ rate ไฟล์นี้ได้
 
 
 
Powered by Phoca Download