สำรวจความคิดเห็น

ความพึงพอใจของท่าน ต่อผลการดำเนินงานและการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างใหญ่ อยู่ในระดับใด ?

มาก - 77.8%
ปานกลาง - 22.2%
น้อย - 0%

Total votes: 9

Government application center

ขึ้นบน

ประกาศ คำสั่ง ระเบียบ กฎหมาย

ประกาศจังหวัดอุบลราชธานี

เรื่อง แจ้งเตือนโรคภัยที่มาในช่วงฤดูฝน

ด้วยขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศในช่วงนี้ เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลายชนิด ซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้ง่าย ซึ่งโรคที่มักเกิดในฤดูฝนและพบได้บ่อย แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

 1. โรคติดต่อทางระบบหายใจ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดอักเสบ

 2. โรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะ ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคไข้สมองอักเสบ โรคมาลาเรีย และโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา

3. โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคอหิวาตกโรค และโรคไวรัสตับอักเสบ เอ

4. โรคติดต่ออื่นๆได้แก่ โรคมือเท้าปาก และโรคเลปโตสไปโรซิส (ฉี่หนู)

5. ภัยสุขภาพอื่นๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อันตรายจากสัตว์มีพิษ ภัยจากฟ้าผ่า และอุบัติเหตุทางถนน

ทั้งนี้ โรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ กลุ่มโรคติดต่อทางระบบหายใจ (โรคปอดอักเสบและโรคไข้หวัดใหญ่) โรคมือเท้าปาก และโรคไข้เลือดออก เนื่องจากพบผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก โดยโรคปอดอักเสบและโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงสถานที่มีคนแออัด ดื่มน้ำสะอาด รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ไม่มีแมลงวันตอม ใช้ช้อนกลางทุกครั้งที่รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น และหมั่นล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำและสบู่หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ

ข้อแนะนำและวิธีการป้องกันควบคุมโรคในช่วงฤดูฝน มีดังนี้

1. โรคไข้หวัดใหญ่ สามารถป้องกันได้จากการฉีดวัคซีน หากพบผู้ป่วยให้หยุดเรียน/ทำงานจนกว่าจะหาย สวมหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ งดการคลุกคลีกับผู้อื่นหรือเข้าไปในสถานที่ที่แออัด/ห้องแอร์ ควรพบแพทย์โดยเร็วไม่เกิน 48 ชั่วโมง เพื่อรักษาด้วยยาต้านไวรัส

2. โรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงลอย ติดต่อกัน 2 - 7 วัน มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดเบ้าตา บางรายมีปวดท้อง อาเจียน เบื่ออาหาร มีจุดแดงเล็กๆ ตามแขน ขาลำตัว รักแร้ อาการทั่วไปคล้ายเป็นหวัด แต่มักไม่ไอและมักไม่มีน้ำมูก วิธีป้องกันให้ใช้มาตรการ 3 เก็บ 3 โรคได้แก่ 1. เก็บบ้านให้สะอาด ปลอดโปร่ง ไม่เป็นที่เกาะของยุงลาย 2.เก็บน้ำ ใช้ฝาปิด โอ่งน้ำให้มิดชิด ปล่อยปลาหางนกยูงหรือปลากระดี่กินลูกน้ำ หรือใส่ทรายกำจัดลูกน้ำ ไม่มีลูกน้ำยุงลาย 3. เก็บขยะรอบๆบริเวณบ้าน เพื่อไม่ให้มีน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในฤดูฝน ทั้งนี้เพื่อป้องกัน 3 โรคคือ ไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกก้า นอกจากนั้นยังใช้มาตรการ 5 ป. ในการปราบยุงลาย ได้แก่ ปิด เปลี่ยน ปล่อยปรับ ปฏิบัติ หากพบผู้ป่วยสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก ให้ส่งพบแพทย์และแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อควบคุมโรคทันที

3. โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก มีการระบาดทุกปี โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มเข้าหน้าฝนหรือช่วงเปิดเทอม เกิดจากเชื้อไวรัสติดต่อได้โดยการสัมผัสน้ำมูก น้ำลายหรืออุจจาระผู้ป่วยโดยตรงหรือทางอ้อม เช่นสัมผัสของเล่น อาการของโรคมักเริ่มด้วยอาการไข้ เจ็บปาก รับประทานอะไรไม่ค่อยได้เพราะมีแผลในปากเหมือนร้อนใน และมีผื่นเป็นจุดแดง หรือเป็นตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่มากและจะหายไปเองใน 1 สัปดาห์ แต่โอกาสเกิดอาการรุนแรงหรืออาจทำให้เกิดสมองอักเสบอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยจะมีอาการซึม อ่อนแรง ชัก เดินเซ หอบ อาเจียน หากพบอาการเหล่านี้ ควรนำส่งแพทย์โดยด่วน วิธีการป้องกัน คือ การรักษาความสะอาดของสภาพแวดล้อม เน้นการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหาร หากพบผู้ป่วยมือเท้าปาก ให้หยุดเรียนจนกว่าจะหาย และงดการคลุกคลีกับเด็กคนอื่น ทำความสะอาดของเล่น อุปกรณ์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาซักผ้าขาวไฮเตอร์ผสมน้ำ 1:9 และตากแดดจัดๆเพื่อฆ่าเชื้อโรค

4.โรคมาลาเรีย เกิดจากเชื้อโปรโตซัว โดยมียุงก้นปล่อง ซึ่งมีแหล่งอาศัยในป่าเป็นพาหะ นำโรค อาการป่วยจะมีอาการไข้สูงอาจมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วยได้ ต้องไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจและรับการรักษาโดยเร็ว แต่หากรับการรักษาช้า อาจมีปัญหาทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่จะใช้ในการป้องกันโรคนี้ วิธีการป้องกัน หากเข้าไปในป่า ให้มีการป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด เช่น การทายากันยุง การนอนในมุ้ง การสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เป็นต้น

5. โรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดพิษ พบมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ซึ่งสาเหตุเกิดจากประชาชนรับประทานเห็ดที่ขึ้นเองในป่า สวน ไร่ หรือเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ อาการที่สำคัญ ได้แก่ อาเจียน ปวดท้อง อุจจาระร่วงพิษบางชนิด ที่รุนแรง อาจทำให้เกิดตับวาย ตัวเหลือง ไตวายและเสียชีวิต หากพบผู้ป่วยสงสัย เห็ดพิษ ให้ทำให้อาเจียนออกให้มากที่สุดโดยการล้วงคอ หรือดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือ หรือกลืนไข่ขาว แล้วนำส่งโรงพยาบาลทันทีดังนั้น ประชาชนจึงพึงระวังอย่ารับประทานเห็ดที่สงสัยหรือไม่แน่ใจ ควรรับประทานเฉพาะเห็ดที่แน่ใจเท่านั้น และหากเก็บเห็ดมาแล้วให้นำมาปรุงอาหารเลย ไม่ควรเก็บไว้นาน เพราะเหตุจะเน่าเสียเร็วหรืออาจแช่ตู้เย็นไว้ได้และห้ามกินเห็ดดิบๆโดยเด็ดขาด

6.โรคเลปโตสไปโรซิส (ฉี่หนู) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ในฉี่หนูหรือสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข สุกร โค กระบือ รวมทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ฟันแทะที่เป็นสัตว์รังโรค เช่น หนู โดยเชื้อจะปะปนอยู่ในน้ำและสิ่งแวดล้อมที่ชื้นแฉะ มีน้ำท่วมขัง อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่น่อง และโคนขา อาจมีอาการตาแดง คอแข็ง มักมีไข้ติดต่อกันหลายวันสลับกับระยะไข้ลดอาจมีผื่นที่เพดานปาก หรือมีจุดเลือดออกตามผิวหนังและเยื่อบุ ระยะท้ายอาจมีตับและไตวาย ปอดอักเสบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อมีอาการปวดศีรษะฉับพลัน มีไข้สูงปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง หลังจากมีประวัติและพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะฉะนั้น ประชาชนที่ลงทำนาควรสวมรองเท้าบู้ท หากมีบาดแผลให้ปิดให้สนิทก่อนและเมื่อเสร็จภารกิจ ให้รีบอาบน้ำฟอกสบู่ชำระร่างกาย

7. โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ที่พบบ่อย คือ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ตับอักเสบ เป็นต้น สาเหตุเกิดจากรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน รวมทั้งการรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ หรือใช้น้ำที่ไม่สะอาด มาประกอบอาหาร รวมถึงการรับประทานอาหารที่ปรุงไว้นานข้ามมื้อ หรือเกิน 6 ชั่วโมง ดังนั้น ควรรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆไม่มีแมลงวันตอม ไม่ควรทานอาหารค้างคืน หรือปรุงเสร็จมานานหลายชั่วโมง เพราะอาหารอาจบูดเน่า ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำบรรจุขวดที่มีเครื่องหมาย อย. รับรองคุณภาพ เลือกซื้อน้ำแข็งที่ไม่มีตะกอน และไม่ควรรับประทานน้ำแข็งที่ใช้สำหรับแช่อาหาร ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง ควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดเป็นนิสัย ถ่ายอุจจาระลงในส้วม และล้างมือทุกครั้งหลังถ่ายอุจจาระเสร็จ หากเป็นช่วงน้ำท่วม ไม่สามารถเข้าส้วมได้ ควรถ่ายอุจจาระในถุงพลาสติก แล้วใส่ปูนขาวจำนวนพอสมควรลงไปในถุงมัดปากถุงให้แน่น แล้วใส่ถุงดำซ้อนอีกชั้นหนึ่งก่อนนำไปทิ้งไม่ควรถ่ายอุจจาระลงน้ำเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเป็นการแพร่เชื้อโรค

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและระมัดระวังโรคภัย ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน จังหวัดอุบลราชธานี จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบและระมัดระวังโรคภัยที่มาในช่วงฤดูฝนดังกล่าว

ประกาศจังหวัดอุบลราชธานี

เรื่อง แจ้งเตือนโรคพืชที่ระบาดในช่วงฤดูฝน

ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ความชื้นในอากาศสูง สภาพอากาศเย็น ทำให้เกิดการระบาดของเชื้อราทำความเสียหายให้แก่พืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็น ข้าว พืชผัก และพืชไร่ ดังนั้น เกษตรกรจึงควรเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังโรคพืชที่จะระบาดในช่วงฤดูฝน อันเกิดจากภาวะอากาศดังกล่าว ดังนี้

1. ข้าว โรคที่สำคัญ ได้แก่

1.1 โรคไหม้ข้าว ( Rice blast disease) เกิดจากเชื้อรา Pyricularia grisea Sacc. สามารถเกิดได้ในทุกระยะการเจริญเติบโต ตั้งแต่ระยะกล้า ระยะแตกกอ ระยะออกรวง (โรคไหม้คอรวง) มักพบในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น ทำให้อัดลม ลักษณะของโรค ใบมีแผล จุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา สีเทาตรงกลางแผล แผลสามารถลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ หากรุ่นแรงกล้าข้าวจะฟุบตายได้ อาการคล้ายถูกไฟไหม้ การป้องกัน ควรสำรวจแปลงสม่ำเสมอ หวานเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คือ 15-20 กิโลกรัม/ไร่ และไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป ถ้าสูงถึง 50 กิโลกรัม/ไร่ โรคไหม้จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว ควรแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราเช่น คาซูกาไมชิน ไตรไซคลาโซล คาร์เบนคาซิม โพรคลอราช ตามอัตราที่ระบุ ในแหล่งที่เคยมีโรคระบาดและพบแผลโรคไหม้ทั่วไป 5 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ใบ ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา

1.2 โรคใบจุดสีน้ำตาล เกิดจากเชื้อรา Bipolaris oryzae (Helminthosporium oryzae Breda de Haan.) การแพร่ระบาดเกิดจากสปอร์ของเชื้อราปลิวไปตามลมและติดไปกับเมล็ด ลักษณะของโรค มีแผลที่ใบข้าว พบมากในระยะแตกกอ มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล รูปกลมหรือรูปไข่ ขอบนอกสุดของแผลมีสีเหลือง การป้องกันควรใช้พันธุ์ต้านทานที่เหมาะกับสภาพท้องที่ ปรับปรุงดินโดยการไถกลบฟางหรือเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ดิน โดยการปลูกพืชปุ๋ยสดหรือพืชหมุนเวียนเพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารป้องกันและกำจัดเชื้อรา/ไตรโครเดอร์มา

2. พืชผักโรคที่สำคัญได้แก่

2.1 โรคเน่าคอดิน หรือโรคกล้าเน่าตาย โรคโคนเน่า มักเกิดกับแปลงเพาะกล้าของผักตระกูลผักกาดและผักกะหล่ำต่างๆพริก มะเขือ มะเขือเทศ หรือเรียกได้ว่าผักทุกชนิดเป็นโรคนี้ ลักษณะของโรค ผักจะเริ่มเน่าที่โคนต้นเหนือระดับดินขึ้นมาเป็นแผลสีน้ำตาล ทำให้ต้นกล้าหัก พับและเหี่ยวแห้งตายในที่สุด และมักเกิดกับแปลงปลูกกล้าที่แน่นทึบเกินไปและมีความชื้นสูง

2.2 โรคแอนแทรคโนส เกิดจากเชื้อรา Colletotchum lagenarium ลักษณะของโรคมักเกิดกับใบ อาการจะเริ่มจากจุดซ้ำฉ่ำน้ำหรือจุดสีเหลืองเล็กๆขึ้นก่อน แล้วขยายโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อมาแผลจะแห้งเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือดำ

การป้องกันโรคที่ดีโดยไม่ต้องใช้สารเคมีก็คือ ต้องเอาใจใส่เรื่องวิธีเพาะ การดูแลดิน การปฎิบัติบำรุงรักษา การระบายน้ำในแปลงปลูกอย่าให้ขังแฉะ การใส่ปุ๋ยคอกให้มาก ให้ผักแข็งแรงมีความต้านทานโรค การรักษาความสะอาดแปลงผักโดยเก็บใบและถอนต้นทิ้งอย่าให้เป็นที่เพาะโรคได้ การจัดระยะปลูกให้เหมาะสมไม่เบียดแน่นเกินไป มีการปลูกพืชสลับหมุนเวียนในแปลงปลูก โดยเลือกพืชที่ไม่ได้อยู่ในตระกูลเดียวกันหรือพืชที่เป็นโรคติดต่อเดียวกัน

 3 พืชไร่ ได้แก่

 3.1 มันสำปะหลัง โรคพืชที่สำคัญ คือ ปัญหาหัวเน่าโคนเน่า เกิดจากเชื้อรา ลักษณะของโรค มักเกิดตอนต้นเล็ก รากจะมีรอยช้ำสีน้ำตาลและเน่า ต้นเหี่ยว ระยะมีหัว หัวจะเน่าอย่างรวดเร็ว ใบร่วงรุนแรงต้นจะตาย การป้องกัน การเตรียมดินควรยกร่องให้สูง ดินดานที่ไถระเบิดดินดาน ทำความสะอาดแปลงก่อนปลูก คัดเลือกสายพันธุ์ที่สมบูรณ์ปลอดโรค ใช้เชื้อราไตรโครมาหวานรองร่องก่อนปลูก สำรวจแปลงเฝ้าระวังไม่ให้มีน้ำท่วมขัง กำหนดมาตรการการเฝ้าระวัง

3.2 ยางพารา โรคพืชที่สำคัญ ได้แก่

1.) โรคใบร่วงและฝักเน่า (Phytophihora Leaf Fill and Pod Rot) เกิดจากเชื้อราโรคนี้มักระบาดมากในสภาพอากาศเย็น ฝนตกชุก ความชื้นสูง และพื้นที่ที่ภายใต้อิทธิพลลมมรสุม ลักษณะของโรค ใบยางร่วงพร้อมก้านทั้งที่ยังมีสีเขียวสด มีรอยช้ำดำ ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอนอยู่บริเวณก้านใบ กลางรอยช้ำมีหยดน้ำยางเกาะติดอยู่ เมื่อนำใบยางที่เป็นโรคมาสะบัดเบาๆใบย่อยจะหลุดจากก้านใบทันที ส่วนใบที่ถูกเชื้อเข้าทำลายที่ยังไม่ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมส้ม แล้วแห้งคาต้นก่อนจะร่วง ฝักยางที่ถูกทำลายเปลือก เป็นรอยช้ำฉ่ำน้ำ ต่อมาจะเน่าดำค้างอยู่บนต้น ไม่แตกและไม่ร่วงหล่นตามธรรมชาติ กรณีที่เกิดกับต้นยางอ่อน เชื้อราจะเข้าทำลายบริเวณยอดอ่อนก่อน ทำให้ยอดอ่อนเน่าและลุกลามเข้าทำลายก้านใบและแผ่นใบ ทำให้ต้นยางยืนต้นตาย

2.) โรคเส้นดำ(Black Stripe) โรคนี้มักระบาดมากในสภาพอากาศเย็น ฝนตกชุก ความชื้นสูง หรือพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุม ลักษณะของโรค บริเวณเหนือรอยกรีด ในระยะแรกเปลือกจะเป็นรอยช้ำ ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นรอยบุ๋มสีดำหรือสีน้ำตาลขยายขึ้นลง เป็นเส้นตามแนวยืนของลำต้น เมื่อเฉือนเปลือกออกดูก็จะพบรอยบุ๋มสีดำนั้น เป็นลายเส้นดำบนเนื้อไม้ อาการขั้นรุนแรงทำให้เปลือกของหน้ากรีดบริเวณที่เป็นโรคปริเน่า มีน้ำยางไหลตลอดเวลาจนเปลือกเน่าหลุดไปในที่สุด เปลือกงอกใหม่เสียหายกรีดซ้ำไม่ได้ อายุการให้ผลผลิตลดลงเหลือ 8-16 ปี ถ้าการเข้าทำลายของเชื้อไม่รุนแรง เปลือกจะเป็นปุ่มปม

3.) โรคใบจุดก้างปลา ลักษณะของโรค แผลบนใบมี 2 ลักษณะ เป็นจุดกลมทึบสีน้ำตาลดำขอบแผลสีเหลืองและแผลลายก้างปลา ต่อมาใบจะร่วง สำหรับแผลบนกิ่งก้านเป็นรูปยาวรี ตามความยาวของกิ่งก้าน กลางแผลจะซ้ำ ต่อมากิ่งก้านจะแห้งตาย

การป้องกัน ควรปลูกยางต้านทานโรค ตัดแต่งกิ่งก้านและกำจัดวัชพืชในสวนยางให้โล่งเตียน เพื่อลดความชื้นและความรุนแรงของโรค ไม่ควรปลูกงา ถั่วเหลือง และมะละกอ ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เนื่องจากเป็นพืชอาศัยของโรค ใช้สารป้องกันกำจัดโรค

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังโรคที่ระบาดในช่วงฤดูฝนและสภาวะฝนทิ้งช่วง จังหวัดอุบลราชธานี จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบและเฝ้าระวังการระบาดของโรคพืชในช่วงฤดูฝน พร้อมทั้งวางแผนเตรียมความพร้อมในการเพาะปลูกในห้วงที่คาดว่าจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงดังกล่าวด้วย

ประกาศจังหวัดอุบลราชธานี

เรื่อง แจ้งเตือนโรคระบาดในสัตว์ที่มาในช่วงฤดูฝน

ด้วยขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ลักษณะอากาศจะแปรปรวนทั้งอากาศร้อนอบอ้าวทั่วไป และฝนฟ้าคะนองบางวัน เพราะอากาศเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีก สัตว์กีบคู่ และสัตว์น้ำ อาจปรับตัวไม่ทันต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้เกิดโรคต่างๆได้ง่าย หากดูแลไม่ดีและสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ส่งผลให้สัตว์ที่เกษตรกรเลี้ยงเกิดเจ็บป่วย และล้มตายเกษตรกรจึงควรเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ อันอาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งโรคระบาดในสัตว์ที่มักพบบ่อยในช่วงฤดูฝน มีดังนี้

1. สัตว์ปีก เช่น เป็ด ไก่ โรคที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ โรคไข้หวัดนก และโรคหลอดลมอักเสบติดต่อ ที่อาจสร้างความสูญเสียหายให้กับสัตว์ปีกเป็นจำนวนมาก อาการที่พบได้ คือ คอตก คอบิด หายใจ เสียงดัง หรืออาจมีน้ำมูกไหลได้

2. สัตว์กีบคู่ ได้แก่ โค กระบือ แพะ แกะ มักมีปัญหาเรื่องท้องอืด ท้องเสีย จากการกินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกยอด เมื่อได้รับน้ำฝนเข้าไปเป็นจำนวนมาก เพราะสัตว์ที่จะกินแต่ฟางหรือหญ้าแห้งตลอดในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังมีโรคหวัด โรคปอดบวม โรคคอบวม โรคปากและเท้าเปื่อย ในส่วนของสุกร ต้องระวัง โรคปากและเท้าเปื่อย และโรคพีอาร์อาร์เอส โดยจะแสดงอาการ ซึม เบื่ออาหาร หายใจลำบาก มีขี้มูก ไอหรือจาม หรือท้องเสีย และอาจมีการแท้งลูกได้

 วิธีการป้องกัน เกษตรกรต้องดูแล ให้ความสำคัญกับการจัดการโรงเรือนหรือคอกสัตว์ที่ดีมีหลังคา ป้องกันฝน ลม และละอองฝนได้เป็นอย่างดี หรือจัดเตรียมสถานที่ที่ให้สัตว์สามารถหลบฝนได้มีการจัดเตรียมน้ำ อาหาร ยา และเวชภัณฑ์ให้พร้อม เพื่อเสริมสร้างให้สุขภาพสัตว์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยได้ง่าย

 3. สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลาที่เลี้ยงในกระชัง มักเกิดปัญหาปลาป่วยและปลาตายจากปรสิตและเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย เนื่องจากปลาที่เลี้ยงในกระชังปรับตัวไม่ทันต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน เมื่อมีฝนตกน้ำไหลหลาก เกิดอุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลง ปลาจะกินอาหารน้อยลง เครียด ลักษณะของปัญหา ปลามักตายหลายสิบตัวถึงหลายร้อยตัว/กระชัง นานติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ อัตราการตายมากกว่า 50% ต่อกระชัง กระชังที่แขวนอยู่ในลำน้ำเดียวกันได้รับผลกระทบในลักษณะคล้ายกัน ปลาที่ป่วยและตายมีอาการครีบกร่อนลำตัวมีรอยแผล ตกเลือด เหงือกซีดเน่า ซึ่งสาเหตุจากการเลี้ยงปลาอย่างหนาแน่น เลี้ยงปลาในแหล่งน้ำเดิม เป็นระยะเวลานาน ทำให้มีของเสียสะสมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เชื้อโรคหลายชนิดเจริญเติบโตปรสิตและเชื้อโรคชนิดต่างๆที่ตรวจพบ ได้แก่ ปรสิตภายนอก แบคทีเรีย และในบางพื้นที่มีการตรวจพบเชื้อไวรัส และเชื้อราในปลานิลป่วย วิธีการป้องกัน เกษตรกรควรล้างทำความสะอาดกระชังอย่างสม่ำเสมอ อย่าทิ้งซากปลาที่ตายลงในน้ำ ให้เก็บฝัง เผาหรือทำลาย  เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่อาจทำความเสียหายกับปลาที่เลี้ยง การเลี้ยงปลาครั้งต่อไป ควรปล่อยปลาให้น้อยลง และควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าลูกพันธุ์ปลามีคุณภาพและสุขภาพดี ในแหล่งน้ำที่มีปัญหาปลานิลในกระชังป่วยอยู่เสมอ ควรระงับการเลี้ยงปลานิลช่วงระยะหนึ่ง หรือสลับเลี้ยงปลาชนิดอื่นแทนปลานิล เพื่อให้เชื้อโรคที่ก่อให้เกิดปัญหาในปลานิลลดน้อยลงไปในธรรมชาติ กระชังปลานิลควรห่างจากน้ำทิ้งชุมชน หรือโรงงานอุตสาหกรรม และบริเวณน้ำหลากจากพื้นที่น้ำท่วมขัง

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนจังหวัดอุบลราชธานีจึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ที่มาในช่วงฤดูฝนดังกล่าว

คำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างใหญ่

ที่ 498/2558

เรื่อง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์

สั่ง ณ วันที่ 6 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2558

ประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างใหญ่

เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558

ประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างใหญ่

เรื่อง การมอบอำนาจของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลให้ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติราชการแทน

 

คำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างใหญ่ที่ 596/2559

เรื่อง มอบอำนาจของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลให้ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติราชการแทน

ประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างใหญ่

เรื่อง กำหนดนโยบายความโปร่งใสและตรวจสอบได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างใหญ่

ประกาศ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

 
 
Powered by Phoca Download